loading=lazy

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ณ เวลา 11.30 น. อยู่ที่ระดับ 11 บาท เพิ่มขึ้น 1.70 บาท หรือ 18.28% สูงสุดที่ระดับ 11.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 9.85 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.65 พันล้านบาท

width=792

โดยราคาหุ้น DOD ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพ mai วันนี้เป็นวันแรก (20 มิ.ย.61) ในราคา IPO 9.30 บาท

ด้านนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ DOD เปิดเผยว่า การเข้าระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพอัตราการเติบโตของบริษัทฯในอนาคตได้เป็นอย่างดี  ซึ่งบริษัทฯเตรียมนำเงินที่ได้ ไปลงทุนในโรงงานสกัดวัตถุดิบ (โรงที่ 2) รวมถึงลงทุนในเครื่องสกัด ด้วย CO2 เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการสกัดพืชสมุนไพร

รวมถึงการลงทุนในห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล ที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025  สามารถตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะของสารสกัดที่ได้จากโรงสกัด เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และเป็นสูตรเฉพาะของบริษัท รวมทั้งการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีและทางจุลชีววิทยากับหน่วยงานภายนอกอื่น

พร้อมทั้งจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาตราสินค้าใหม่ของบริษัทฯ อาทิ  ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้สูงอายุที่มุ่งเน้นการมีสุขภาพที่ดี และผลิตภัณฑ์สมุนไพรตรีผลาที่มีคุณสมบัติช่วยดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกาย ช่วยในระบบย่อยและขับถ่าย นอกจากนี้ จะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

“บริษัทมีแผนในการขยายธุรกิจในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เมื่อโรงงานสกัดวัตถุดิบ (โรงที่ 2)  และห้องปฏิบัติการวิจัยแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสกัดสารตั้งต้นทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลายของวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย รวมทั้งสามารถลดการสั่งซื้อวัตถุดิบจากภายนอก และยังช่วยประหยัดต้นทุนการผลิต อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบประเภทสารสกัด ซึ่งจะเป็นการเสริมรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างมั่นคงมากขึ้น” นางสาวศุภมาส กล่าว

ขณะที่แหล่งข่าววงการเงิน ประเมินว่า บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD มีปัจจัยบวกมาจากผลการดำเนินงานย้อนหลังที่มีการเติบโตที่ดี และผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2561 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น และก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นศักยภาพการขยายตัวทางธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งการรับจ้างผลิต และอื่น ๆ ทั้งนี้ โดยรวมมองว่าบริษัทมีการเติบโตที่ดี หากงบออกมาดีทุกไตรมาสจะส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2561 เติบโตสูงกว่างวดปี 2560 แน่นอน

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลังในช่วง 3 ปี (ปี 2558-2560) จนถึงไตรมาส 1/2561 มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 128.89 ล้านบาท และมีรายได้รวม 385.36 ล้านบาท, ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 138.78 ล้านบาท และมีรายได้รวม 368.37 ล้านบาท, ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 142.19 ล้านบาท และมีรายได้รวม 388.56 ล้านบาท พร้อมทั้งมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ถึง 1 เท่า

โดยล่าสุดผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2561 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 111.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 231.77% จากงวดเดียวกันของปี 2560 และมีรายได้รวมอยู่ที่ 214.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 121.96% จากงวดเดียวกันของปี 2560 ประกอบกับมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 51.83% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 34.56% เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสามารถควบคุมต้นทุนการขายได้ดี รวมถึงมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มมากขึ้น

Contact us

Find us at the office

Trailor- Verkamp street no. 63, 81415 Zagreb, Croatia

Give us a ring

Dezha Manci
+38 695 645 231
Mon - Fri, 8:00-22:00

Reach out